ราคาทองคําช่วงเช้าสามารถยืนเหนือระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 สัปดาห์ได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ราคาทองได้รับแรงหนุนจากปัจจัยความไม่แน่นอนต่างๆ อาทิข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน แม้นายสตีเวน มูนชิน รมว.คลังสหรัฐ และนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ผู้แทนการค้าของสหรัฐ (USTR) จะเดินทางไปยังกรุงปักกิ่งวันที่ 14-15 ก.พ.เพื่อทําการเจรจา แต่ยังไม่แน่ชัดว่าทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงร่วมกันภายในกําหนดเส้นตาย 1 มี.ค.ได้หรือไม่นอกจากนี้ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนจากความวิตกว่า อาจเกิดภาวะ Government Shutdown อีกครั้งหลังจากงบประมาณชั่วคราวสหรัฐสิ้นสุดลงปลายสัปดาห์นี้ (15 ก.พ.) อย่างไรก็ดีเมื่อราคาปรับตัวขึ้น ยังเห็นแรงขายสลับออกมา เนื่องจากนักลงทุนรอความชัดเจนจากปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้น รวมทั้งรอจับตาความคืบหน้าประเด็น Brexit โดยนายกรัฐมนตรีองกฤษ เธเรซ่า เมย์จะเปิดโอกาสให้มีการถกเถียงเรื่องข้อตกลงการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป(Brexit) อีกครั้งในวันที่ 27 ก.พ. เพื่อซื้อเวลาสำหรับการเจรจาข้อตกลงใหม่กับทางอียูจึงทําให้ราคาทองยังคงแกว่งตัวสลับขึ้นลงในกรอบ ด้านปัจจัยทางประเมินว่า หลังจากราคาทองดีดตัวขึ้นหลายครั้งมีแรงขายทํากําไรสลับออกมา หากราคาทองคํายังไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,319 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อาจทําให้เกิดการอ่อนตัวลงของราคาทอง แต่หากสามารถยืนเหนือโซนแนวรับ 1,307-1,302 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ก็จะเห็นการดีดตัวขึ้น โดยยังมีโอกาสที่จะราคาทองทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,319-1,326 ดอลลาร์ต่อออนซ์แนะนํากลยทธุ์การลงทุน รอดบริเวณ 1,307-1,302 ดอลลาร์ต่อออนซ์หากราคาทองไม่หลุดสามารถเข้าซื้อเก็งกําไรระยะสั้น เพื่อขายทํากําไรเมื่อราคาดีดตัวหรือบริเวณแนวต้าน 1,319-1,326 ดอลลาร์ต่อออนซ์แต่หากราคาทองหลุดแนวดังกล่าวให้รอดูบริเวณแนวรับถัดไปที่1,287 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ที่มา ylgbullion.co.th