ข่าววันนี้ โรคฝีดาษลิงอาการเป็นอย่างไร แพร่เชื่อทางไหนได้บ้าง?
อาการของโรคฝีดาษลิงจะแสดงหลังจากได้รับเชื้อแล้วประมาณ 7-14 วัน โดยในระยะแรกจะมีไข้ อ่อนเพลีย ปวดหัว ปวดเมื่อยตามร่างกาย ต่อมน้ำเหลืองโต หลังจากนั้นประมาณ 1-3 วัน จะมีตุ่มเล็ก ๆ คล้ายผื่นขึ้นตามตัว ซึ่งตุ่มเหล่านี้จะอักเสบและแห้งไปเองใน 2 – 4 สัปดาห์ โดยมีการเปลี่ยนแปลงตามลำดับดังนี้
- ตุ่มแดงเล็ก ๆ ขึ้นตามตัว
- ตุ่มแดงเล็ก ๆ กลายเป็นตุ่มน้ำใส
- ตุ่มน้ำใสกลายเป็นตุ่มหนอง
- ตุ่มหนองแห้งกลายเป็นสะเก็ด
โรคฝีดาษลิงสามารถแพร่เชื้อได้ผ่านการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือแผลของผู้ป่วย หรือการสัมผัสกับสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อโรค โดยวิธีหลัก ๆ ที่โรคฝีดาษลิงสามารถแพร่กระจายได้ ได้แก่
- การสัมผัสกับสัตว์ที่ติดเชื้อ เช่น ลิง หนู และกระรอก โดยสัตว์เหล่านี้สามารถแพร่เชื้อสู่คนผ่านการสัมผัสทางผิวหนัง ทางเดินหายใจ หรือทางเดินอาหาร
- การสัมผัสกับสารคัดหลั่งหรือแผลของผู้ป่วย เช่น น้ำมูก น้ำลาย เลือด หรือสารคัดหลั่งจากผิวหนัง ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย หรือสัมผัสกับสิ่งของที่ผู้ป่วยใช้แล้ว เช่น ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า หรือเตียง
- การสัมผัสกับละอองฝอยละอองจากผู้ป่วย ละอองฝอยละอองเหล่านี้อาจเกิดขึ้นจากการไอจามหรือหายใจของผู้ป่วย ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่กระจายของโรคได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าเชื้อไวรัสสามารถแพร่กระจายผ่านอากาศได้หรือไม่
- โรคฝีดาษลิงสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย โดยผู้ป่วยที่มีตุ่มหนองหรือสะเก็ดจากโรคฝีดาษลิงสามารถแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้ผ่านการสัมผัสทางผิวหนังโดยตรง อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยที่มีเพียงตุ่มแดงหรือตุ่มน้ำใสยังไม่สามารถแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้
นอกจากนี้ โรคฝีดาษลิงยังสามารถติดต่อจากแม่สู่ลูกได้ในระหว่างตั้งครรภ์หรือขณะคลอดบุตร อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานการแพร่กระจายของโรคฝีดาษลิงผ่านการสัมผัสทางเพศ
วิธีป้องกันโรคฝีดาษลิง ได้แก่
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ป่าที่อาจติดเชื้อ เช่น ลิง หนู และกระรอก
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีโรคฝีดาษลิง
- ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำ หรือแอลกอฮอล์เจล
- หากมีอาการไข้ อ่อนเพลีย ปวดหัว ปวดเมื่อยตามร่างกาย ต่อมน้ำเหลืองโต หรือมีตุ่มขึ้นตามตัว ควรรีบไปพบแพทย์